
“เบอร์โทรศัพท์ของคุณถูกนำไปใช้ทำผิดกฎหมาย” “มีการใช้ซิมในชื่อคุณส่ง SMS หลอกลวง” “เบอร์นี้เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์” “ถ้าไม่รีบยืนยันตัวตน ซิมของคุณจะถูกระงับ” “เดี๋ยวจะโอนสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องนะคะ” ถ้าได้รับสายแบบนี้ หลายคนอาจตกใจทันที…

“บัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน” “มีเงินผิดกฎหมายผ่านบัญชีของคุณ” “ชื่อของคุณอยู่ในเครือข่ายบัญชีม้า” “ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ อาจถูกออกหมายจับ” “ต้องโอนเงินไปตรวจสอบก่อน เพื่อพิสูจน์ว่าคุณบริสุทธิ์” ถ้าได้รับสายแบบนี้ หลายคนอาจตกใจจนตัวชา เพราะคำว่า…

“มีพัสดุของคุณตกค้างอยู่ค่ะ” “ตรวจพบว่าพัสดุมีสิ่งผิดกฎหมาย” “ชื่อและบัตรประชาชนของคุณถูกใช้ส่งของต้องห้าม” “เดี๋ยวจะโอนสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องนะคะ” ถ้าได้รับสายแบบนี้ หลายคนอาจตกใจทันที เพราะเรื่องพัสดุเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก เราอาจเคยสั่งของออนไลน์จริง เคยรอของจริง หรืออาจเคยให้เบอร์โทรไว้กับร้านค้าและบริษัทขนส่งหลายครั้ง…

เมื่อก่อนหลายคนอาจคิดว่า ถ้าเป็นมิจฉาชีพ ก็คงโทรมาแค่เสียงเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ การหลอกลวงไม่ได้หยุดอยู่แค่เสียงปลายสายอีกแล้ว บางกรณี มิจฉาชีพอาจพาคุณไปคุยผ่านวิดีโอคอล คุณอาจเห็นคนแต่งเครื่องแบบเห็นฉากหลังคล้ายห้องทำงานราชการเห็นโต๊ะทำงานเห็นป้ายชื่อเห็นเอกสารที่ดูเป็นทางการเห็นตราครุฑเห็นโลโก้หน่วยงานหรือเห็นคนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนกำลังสอบสวน ทั้งหมดนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ถ้าเห็นหน้าขนาดนี้…

“บัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน” ถ้าได้ยินประโยคนี้จากคนปลายสาย หลายคนคงตกใจทันที แม้ไม่เคยทำอะไรผิดแม้ไม่รู้จักคนที่ถูกพูดถึงแม้ไม่เคยเกี่ยวข้องกับคดีแม้เงินในบัญชีจะเป็นเงินทำงาน เงินเก็บ หรือเงินใช้จ่ายในครอบครัวตามปกติ แต่คำว่า “ฟอกเงิน” เป็นคำที่หนักมากพอจะทำให้คนธรรมดารู้สึกกลัว กลัวมีคดีกลัวบัญชีถูกอายัดกลัวตำรวจมาหากลัวที่ทำงานรู้กลัวครอบครัวเดือดร้อนและกลัวว่าถ้าไม่รีบอธิบายตอนนี้…

“สวัสดีค่ะ โทรจากบริษัทขนส่งนะคะ พัสดุของคุณมีปัญหา” ประโยคแบบนี้อาจฟังดูธรรมดาในยุคที่หลายคนสั่งของออนไลน์เป็นประจำ บางคนสั่งของทุกสัปดาห์บางคนกำลังรอพัสดุจริงบางคนเคยส่งเอกสารหรือของให้คนอื่นบางคนอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยกดสั่งอะไรไว้บ้าง มิจฉาชีพจึงใช้ “พัสดุ” เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนฟังรู้สึกว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวกับตัวเองจริง แต่หลังจากนั้น…