
“เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบบัญชีให้ค่ะ” ประโยคนี้ฟังดูเหมือนมีคนกำลังช่วยเรา โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังตกใจ มีคนโทรมาแจ้งว่าบัญชีมีปัญหามีธุรกรรมผิดปกติมีคนพยายามโอนเงินออกมีการสมัครสินเชื่อในชื่อเรามีบัญชีเกี่ยวข้องกับคดีหรือมีพัสดุที่เชื่อมโยงกับสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อความกลัวเกิดขึ้น มิจฉาชีพมักเสนอ “ทางออก” ที่ดูเหมือนง่าย เช่น “ติดตั้งแอปนี้…

“มีรายการผิดปกติในบัญชีของคุณค่ะ” ถ้าได้ยินประโยคนี้จากคนที่อ้างว่าเป็นธนาคาร หลายคนคงตกใจทันที บางคนรีบเปิดแอปธนาคารบางคนรีบถามว่ารายการอะไรบางคนกังวลว่าเงินจะหายบางคนกลัวว่าบัตรถูกแฮ็กบางคนกลัวว่ามีคนเอาชื่อไปกู้เงินและบางคนอาจทำตามทุกขั้นตอนที่คนปลายสายบอก เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่กำลังช่วยป้องกันความเสียหาย นี่คือจุดที่มิจฉาชีพใช้ประโยชน์จากความกลัว เขาไม่ได้เริ่มจากการบอกให้คุณโอนเงินทันทีเสมอไป แต่เริ่มจากการทำให้คุณรู้สึกว่า “บัญชีของคุณกำลังไม่ปลอดภัย” จากนั้นจึงค่อยๆ…

“บัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน” ถ้าได้ยินประโยคนี้จากคนปลายสาย หลายคนคงตกใจทันที แม้ไม่เคยทำอะไรผิดแม้ไม่รู้จักคนที่ถูกพูดถึงแม้ไม่เคยเกี่ยวข้องกับคดีแม้เงินในบัญชีจะเป็นเงินทำงาน เงินเก็บ หรือเงินใช้จ่ายในครอบครัวตามปกติ แต่คำว่า “ฟอกเงิน” เป็นคำที่หนักมากพอจะทำให้คนธรรมดารู้สึกกลัว กลัวมีคดีกลัวบัญชีถูกอายัดกลัวตำรวจมาหากลัวที่ทำงานรู้กลัวครอบครัวเดือดร้อนและกลัวว่าถ้าไม่รีบอธิบายตอนนี้…

“สวัสดีค่ะ โทรจากบริษัทขนส่งนะคะ พัสดุของคุณมีปัญหา” ประโยคแบบนี้อาจฟังดูธรรมดาในยุคที่หลายคนสั่งของออนไลน์เป็นประจำ บางคนสั่งของทุกสัปดาห์บางคนกำลังรอพัสดุจริงบางคนเคยส่งเอกสารหรือของให้คนอื่นบางคนอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยกดสั่งอะไรไว้บ้าง มิจฉาชีพจึงใช้ “พัสดุ” เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนฟังรู้สึกว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวกับตัวเองจริง แต่หลังจากนั้น…

เมื่อเราถูกหลอกออนไลน์ สิ่งที่เสียไปอาจไม่ใช่แค่เงิน บางคนเสียความมั่นใจบางคนเสียความไว้ใจบางคนเสียเวลาบางคนเสียความรู้สึกดีๆและบางคนอาจเสียใจมากจนไม่อยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอีก ความรู้สึกเหล่านี้เข้าใจได้ทั้งหมด เพราะการถูกหลอกไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่อมิจฉาชีพใช้ความหวัง ความกลัว ความรัก ความรีบ หรือความไว้ใจของเราเป็นเครื่องมือ…

หลังจากรู้ตัวว่าอาจถูกหลอกออนไลน์ สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากคือ “ความสับสน” ควรโทรหาธนาคารก่อนหรือไม่ควรแจ้งตำรวจเลยไหมต้องแจ้งความออนไลน์หรือไปสถานีตำรวจต้องรายงานเพจปลอมที่ไหนต้องเก็บหลักฐานอะไรก่อนต้องคุยกับมิจฉาชีพต่อหรือเปล่าแล้วถ้าโอนเงินไปแล้ว ยังพอทำอะไรได้ไหม คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ใจยังไม่นิ่ง บางคนตกใจบางคนโกรธตัวเองบางคนกลัวคนในบ้านรู้บางคนอายจนไม่กล้าขอความช่วยเหลือบางคนเสียเวลาไปกับการค้นหาข้อมูลหลายที่และบางคนถูกมิจฉาชีพหลอกซ้ำ เพราะมีคนแอบอ้างว่าจะช่วยตามเงินคืนให้ ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำทุกอย่างพร้อมกันจนสับสน…

เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าอาจถูกหลอกออนไลน์ สิ่งแรกที่หลายคนอยากทำคือ “ลบทุกอย่าง” หรือ “บล็อกทันที” ลบแชทลบรูปลบลิงก์บล็อกบัญชีลบเพื่อนออกจากกลุ่มปิดการสนทนาและพยายามไม่เห็นอะไรที่ทำให้รู้สึกแย่อีก ความรู้สึกแบบนี้เข้าใจได้มาก เพราะเมื่อรู้ว่าถูกหลอก เราอาจรู้สึกโกรธ กลัว…

เวลาไปเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่ม เรามักเจอบรรยากาศที่เป็นกันเอง เริ่มจากรู้จักกันในกลุ่มท่องเที่ยวคุยกันใน Facebookแชร์แผนเดินทางถามเรื่องตั๋วเครื่องบิน โรงแรม สถานที่เที่ยวแล้วค่อยๆ รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนร่วมทริปกันจริงๆ บางคนอาจเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่เพราะคุยกันหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จึงเริ่มรู้สึกไว้ใจ…